ผู้แต่ง : เอลิซาเบท คอสโตวา
ผู้แปล : ธารพายุ
เป็นหนังสือเล่มหนามากเล่มหนึ่งเลยทีเดียว เพราะหนาถึง 635 หน้า ลองเอาไม้บรรทัดมาวัดดูก็ได้ความสูงถึงเกือบ 2 นิ้วเลย (โห..) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานแดร็กคูล่า ที่อ้างอิงจากประวัติศาสตร์จริงๆ แต่เพิ่มเติมความสนุกแบบนิยายลงไปอย่างลงตัว โดยมีจุดสำคัญอยู่ที่ว่า แดร็กคูล่า หรือตัวจริงคือ เจ้าชายวลาด ตเซเปซ แห่งวัลเลเคีย ที่เราคิดว่าตายไปแล้วนั้น จริงๆ กลับยังมีชีวิตอยู่ (แบบเป็นแวมไพร์) จนถึงในปัจจุบันนี้ ... .
ในหนังสือจะแบ่งออกเป็น 3 บทใหญ่ๆ บทละประมาณ 200 หน้า ... เล่าเรื่องของชีวิตของนักประวัติศาสตร์ 3 รุ่น ผ่านการอ่านบันทึกของเค้าเหล่านั้น โดยมีการสลับเวลาไปมาแบบไม่ให้ตั้งตัวล่วงหน้า ไม่บอกอะไร แต่เพียงแค่เราจำสรรพนาม หรือชื่อของตัวละครแต่ละยุคให้ได้ เราก็จะเข้าใจได้ไม่ยากนัก ...
บทแรก เนื้อเรื่องดำเนินค่อนข้างช้า เน้นการบรรยายบรรยากาศของสถานที่ต่างๆ เหมือนเป็นการจัดลำดับความคิดให้ผู้อ่าน แต่เราว่า มันยืดยาดไปหน่อย แล้วเมื่อบวกกับการแปลที่เรียกได้ว่า "ไม่ค่อยรู้เรื่อง" ทำให้ช่วงแรกอ่านยาก และช้ามาก ... เรื่องปัญหาการแปลนี่ เราเองอ่านแล้วถึงกับทนไม่ได้ กับสำนวนประหลาดๆ เหมือนผู้แปลไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษอย่างแตกฉาน แปลแบบเด็กหัดแปลที่ว่ากันตรงตามตัวอักษรทุกตัว ประมาณว่าเปิดดิกเจอความหมายอะไรก็ยกมาแบบนั้น ไม่ได้ดูว่า มันสอดคล้อง หรือทำให้ผู้อ่าน อ่านอย่างลื่นไหลหรือไม่ ... เราทนไม่ได้ถึงขั้นต้องเขียนอีเมลล์ไปต่อว่า ที่สำนักพิมพ์ปลาวาฬเลยทีเดียว ทางบก.ก็น่ารัก รีบตอบอีเมลล์ยอมรับคำวิจารณ์ และรับรองว่าจะทำการปรับปรุงในการพิมพ์ครั้งต่อไป ... ปรากฎว่า ฉบับที่เราซื้อมานั้น เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2 ซึ่งต่อมาเราได้ไปเจอพิมพ์ครั้งที่ 4 (หลังจากนั้นไม่นาน คือเราซื้อหนังสือเก่ามาไง) จากการเปิดผ่านๆ (ไม่ได้ซื้อใหม่หรอกนะ มันแพงออก) ก็พบว่า น่าจะมีการแก้ไขสำนวนเหล่านั้นไปแล้วบ้าง (หน้าแตกเลยตรู เขียนอีเมลล์ไปต่อว่าเค้าโดยไม่รู้ว่าเค้าแก้แล้ว)
แต่ยังไง ... ถึงจะแก้แล้ว แต่บทที่ 1 ก็ยังเป็นบทที่อ่านยาก และยืดยาดมากอยู่ดี ใครที่อ่านอยู่ก็ทนๆหน่อยละกันนะ อย่าเพิ่งเลิกอ่านซะก่อน เพราะในบทที่ 2 และ 3 เนื้อเรื่องจะไปเร็วมาก มีการดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว ทันใจ ตื่นเต้นตลอด การแปลก็ดีมาก สนุกจนวางไม่ลงเลยทีเดียว
เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้เราต้องหยุดอ่านระหว่างทาง เพื่อมาหาข้อมูลเกี่ยวกับจักรวรรดิต่างๆ หรือแม้แต่ประวัติของแดร็กคูล่าจริงๆ ขอเล่าคร่าวๆ นิดนึงที่นี่ละกัน เผื่อว่าใครอยากรู้จะได้ไม่ต้องไปนั่งค้นข้อมูลเอง
ในยุคศตวรรษที่ 15 อาณาจักรไบเซนไทน์ ซึ่งเป็นพวกนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ หรือพวกโรมันโบราณ ได้ถูกรุกรานโดยชาวเติร์ก หรือพวกออตโตมัน โดยสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ได้ยึดเมืองคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไบเซนไทน์ ได้สำเร็จ (ปัจจุบันคือเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี) และได้เผาโบสถ์คริสต์ไปเป็นจำนวนมาก บางโบสถ์ที่ไม่ได้เผา ก็เปลี่ยนมาเป็นสุเหร่าของศาสนาอิสลามแทน ... อันนี้เราอ่านแล้วค่อนข้างอิน เพราะได้ไปเที่ยวตุรกีมาก่อนหน้านี้แล้ว ไปชมวังทอปกาปิ, ฮาเจียโซเฟีย (หรือโบสถ์เซนท์โซเฟียเดิม) มาแล้วจริงๆ เสียดายที่ไม่ได้อ่านเรื่องนี้ก่อนไป เพราะถ้าไปตอนที่รู้เรื่องมากขนาดนี้ เวลาไปจะอินกว่านี้ ...
ส่วนแดร็กคูล่า หรือชื่อจริงว่า วลาด ตเซเปซ เป็นเจ้าชายแห่งเมืองวัลเลเคีย (อยู่ในประเทศโรมาเนียปัจจุบัน) ได้สมญานามว่าเป็น วลาด จอมเสียบ เนื่องจากตอนที่ครองเมืองวัลเลเคียนั้น มีนิสัยโหดร้าย ชอบจับเชลยมาเสียบทั้งเป็นโดยเอาเสาสูงมาเสียบเข้าทางทวารหนัก แล้วตั้งเอาไว้ ปล่อยให้ค่อยๆไหลลงมา ปลายเสาจะทะลุออกทางปากบ้าง ทางหัวบ้าง นับว่าเป็นการตายอย่างทรมานมาก โดยว่ากันว่า ถ้าไม่มีเชลย บางครั้งวลาดก็จะนำเอาประชาชนของตนเองมาประหารโดยการเสียบแบบนี้ แล้วก็นั่งดูเพื่อความสำราญของตนเองด้วย ... วลาดนั้น เป็นศัตรูกับพวกออตโตมัน รบกันหลายครั้ง แพ้บ้างชนะบ้าง พอแพ้ก็โดนปลดออกจากการครองเมือง แล้วก็สู้จนกลับมาได้ครองเมืองใหม่หลายครั้ง สุดท้ายเค้าก็ตายในขณะที่กำลังรบอยู่กับพวกออตโตมัน ในปี ค.ศ.1476
สรุป ... หนังสือเล่มนี้แนะนำนะคะ เหมาะสำหรับทั้งคนชอบประวัติศาสตร์ และคนชอบความตื่นเต้น ... อย่าลืมนะว่าจะเริ่มสนุกตั้งแต่บทที่ 2 ส่วนบทที่ 1 ถ้าเราไม่อ่านก็จะไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้น อ่านแบบข้ามๆมั่งก็ได้สำหรับบทที่ 1 ... ส่วนใครที่อ่านแล้ว ก็บอกเล่ากันบ้างนะคะ ... เราให้ 5 ดาวนะ
คิก คิก





อ่านช่วงหลังๆรู้สึกอินกับตัวละคร แต่อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ส่วนที่เป็นจดหมายของพระที่เขียนช่วงหลัง วลาด ตายแล้ว
ตอบลบอ่านอยู่เหมือนกันตอนนี้พึ่งได้ 100 กว่าหน้า
ตอบลบอ่านมาเกือบเดือนแล้ว ไม่ค่อยอินเท่าไหร่
แต่จะลองอ่านไปให้ถึงส่วนที่ 2
เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นไงต่อ
อ่านจบแล้วค่ะ บรรยายถึงสถานที่ต่างๆในช่วงแรก ได้กลิ่นอายของประเทศนั้นๆ แต่อาจจะดำเนินเรื่องช้าไปหน่อย โดยรวมเป็นหนังสือที่น่าอ่าน ลึกลับดีค่ะ
ตอบลบ